นครเชียงรายจับมือ 4 อปท.พัฒนาเครือข่ายท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารเทิดพระเกียรติ 90 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เทศบาลนครเชียงราย จ.เชียงราย นายสมกิจ เกศนาคินทร์ นายอำเภอเมืองเชียงราย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง ระหว่างนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย นายวิชัย เทพวัลย์ นายกเทศมนตรี ต.ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย นายประสิทธิ์ แซ่หมี่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ห้วยชมภู อ.เมืองเชียงราย และนายรัติพงศ์ เทพสุภา นายก อบต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย โดยการลงนาม มีเนื้อหาเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง 4 แห่งได้ร่วมกันพัฒนาทั้งด้านทรัพยากรมนุษย์ คุณภาพชีวิตและสังคม เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐานและบริการ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม

โดยนายสมกิจ กล่าวว่า ปัจจุบันเมืองเชียงรายมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่ก็มีปัญหาที่ตามมา เช่น ขยะจำนวนมาก อุบัติเหตุที่เพิ่มมากขึ้น ฯลฯ ดังนั้นความร่วมมือระหว่าง อปท.ต่างๆ จึงสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ดังกล่าวได้และยังพัฒนาร่วมกันได้ดีกว่าอยู่ตามลำพังอีกด้วย โดยเฉพาะตัวเมืองเชียงรายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เกิดจากการสร้างศิลปะ เช่น วัดร่องขุ่น บ้านดำ หอนาฬิกา วัดห้วยปลากั้ง ฯลฯ ส่วนพื้นที่ อปท.โดยรอบเต็มไปด้วยภูมิประเทศขุนเขาที่งดงามดังนั้นความร่วมมือจึงทำให้เกิดการเชื่อมการท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่าของพื้นที่โดยมีนครเชียงรายเป็นศูนย์กลางสนับสนุน

ทางด้าน นายวันชัย กล่าวว่า เมืองเชียงรายเติบโตขึ้นจึงเป็นโอกาสที่ท้องถิ่นโดยรอบจะได้ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้เติบโตไปด้วยกัน เช่น ผลักดันให้มีการพัฒนาถนนเชื่อมโยง 4 อปท.และในอนาคตก็สามารถขยาย อปท.เข้ามาร่วมมือได้อีกเรื่อยๆ ซึ่งกฎหมายเอื้อให้สามารถพัฒนาร่วมกันได้โดยเฉพาะระหว่างเทศบาลนครเชียงราย-ดอยฮาง-ห้วยชมภู-แม่กรณ์ นั้นอาจผลักดันให้สร้างถนนด้วยงบประมาณ 100 ล้านบาทก็จะทำให้เป็นเส้นทางที่ดีที่สุดในประเทศไทย เพราะผู้ไปเยือนจะได้สัมผัสกับเมืองเชียงรายที่มีวัฒนธรรมล้านนาและไปเยือนทั้ง 3 อปท.ที่ต่างมีภูมิประเทศเป็นขุนเขาและป่าไม้ร่มรื่น ทั้งแมน้ำกก น้ำพุร้อนหรือน้ำแร่ น้ำตก แหล่งปลูกกาแฟชั้นดี แหล่งสินค้าโอท็อป ผักปลอดสารพิษ ฯลฯ ปัจจุบันเทศบาลนครเชียราย สร้างแหล่งจำหน่ายบนถนนบรรพปราการเอาไว้แล้วคาดว่าจะ 3 เดือนจะแล้วเสร็จ ซึ่งความร่วมมือกันดังกล่าวถือเป็นโครงการนำร่องที่สามารถใช้เป็นต้นแบบและในอนาคตก็จะแสวงหาความร่วมมือกับ อปท.อื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อเป็นต้นแบบได้ต่อไป โดยเฉพาะในอีก 3 เดือนข้างหน้าคาดว่าประเทศไทยจะมีรัฐบาลใหม่ดังนั้นหาก อปท.มีความร่วมมือกันให้เข้มแข็งและมีโครงการใหม่ๆ ก็เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างแน่นอน

ด้าน นายวิชัย กล่าวว่า พื้นที่ ต.ดอยฮาง มีจำนวน 8 หมู่บ้านประชากรประมาณ 4,000 คน พบว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด และถือเป็นพื้นที่ป่าเขาที่อุดสมบูรณ์ที่สุดแห่งเดียวที่ติดกับเทศบาลนครเชียงราย โดยมีป่าเขา น้ำพุร้อนที่สะอาด น้ำตกห้วยแก้ว ฯลฯ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศนิยมปั่นจักรยานไปเที่ยวอย่างต่อเนื่อง กระนั้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นยากลำบากเพราะ 5 หมู่บ้านอยู่ในเขตป่า ดังนั้นเอ็มโอยูครั้งนี้จึงเป็นผลดีต่อการพัฒนาร่วมกันอย่างมาก

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า พื้นที่ห้วยชมภูมีประชากรกว่า 11,600 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ลาหู่ เย้า และลีซอ แต่ก็เป็นแหล่งป่าเขาที่เป็นธรรมชาติและแหล่งปลูกกาแฟพันธุ์ดีและพืชผลเมืองหนาวต่างๆ มากมาย นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนปัจจุบันจึงเริ่มมีโฮมสเตย์รองรับและระหว่างวันที่ 27-28 ม.ค.นี้ก็มีกำหนดจัดงานแสดงวัฒนธรรมของทั้ง 4 กลุ่มชาติพันธุ์ที่บ้านแม่มอญอีกด้วย ดังนั้นหากมีการเชื่อมโยงการพัฒนาทั้ง 4 อปท.โดยเฉพาะมีถนนถึงกันก็จะทำให้เกิดการพัฒนาเพื่อรองรับการท่องเที่ยวได้ดีมากขึ้นต่อไป

ด้านนายรัติพงศ์ กล่าวว่า ต.แม่กรณ์ เป็นพื้นที่ตัวอย่างในการบริหารจัดการเรื่องขยะโดยเฉพาะที่หมู่บ้านเมืองลัวซึ่งคณะรัฐมนตรีสัญจรได้ไปเยือนเมื่อเร็วๆ นี้ ดังนั้นความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงรายและ อปท.ต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะสามารถเป็นตัวอย่างในการบริหารจัดการขยะดังกล่าวออกไป และยังสามารถร่วมกันพัฒนาด้านต่างๆ ได้อีกด้วย.