สลดจุดเตาอบยาสมุนไพรไฟคลอกหนุ่มใหญ่ป่วยอัมพาตดับอนาถ

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 10 ธันวาคม 2562 พ.ต.ท.นเรศ โปเล็ม พนักงานสอบสวน สภ.เมือง เชียงราย ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในบ้านเลข 18 ม.20 ชุมชนริมน้ำกก ต.รอบเวียง เขตเทศบาลนครเชียงราย จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและหน่วยกู้ภัยแสงธรรม รุดไปตรวจ

โดยที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ด้านหน้าเปิดเป็นลักษณะร้านซ่อมรถยนต์ โดยมีป้ายด้านบนว่ารับติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์และฟิล์มกรองแสง ที่บริเวณปากทางเข้าพบศพนายคณิต ประสาทหิน อายุ 49 ปี นอนเสียชีวิต สภาพถูกไฟเผาไหม้ดำเป็นตอตะโก อยู่กับพื้น หน้าประตูเข้าตัวบ้านพร้อมกับมีแคร่ไม้ถูกเผาไหม้ด้วย โดยมีเตาอังโล้ซึ่งถูกจุดไฟไว้จำนวน 2 เตา วางอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด

จากสอบถามนางคำผวน ประสาทหิน อายุ 77 ปี แม่ผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายอดีตเป็นช่างติดตั้งเครื่องและติดฟิล์มรถยนต์ แต่เมื่อประมาณ  7 ปีก่อนเส้นเลือดในสมองแตก ทำให้กลายเป็นผู่ป่วยอัมพาตครึ่งซีก โดยซึกขวาไม่สามารถใช้การได้ขยับได้เพียงซีดซ้าย แต่ก็ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนเองได้ โดยญาติดูแลอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ก่อนเกิดเหตุก็ได้นำผู้ตายมานอนที่แคร่ไม้หน้าบ้าน เพื่อทำการรมยาสมุนไพร โดยใช้สมุนไพรปูที่พื้นแคร่และใช้ผ้าห่มทับไว้อีกชั้นหนึ่งและให้นายจันทร์นอนอยู่ด้านบนเพื่อให้สมุนไพรซึมเข้าตามร่างกาย  เพื่อที่การอบยาสมุนไพรจะทำให้หายจากอาการป่วย ตามความเชื่อ โดยทำเช่นนี้ติดต่อมา 2 เดือนแล้ว และเช้าวันนี้ก็ทำเช่นเดิม

จากนั้นตนเองก็ได้เข้าไปซักผ้าหลังบ้าน ช่วงเกิดเหตุก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนเสียงดังคิดว่าเป็นเสียงขี้เหล้าประจำหมู่บ้าน พอออกมาดูอีกทีก็พบว่านายคณิต ถูกไฟคลอกเสียชีวิตแล้ว

เวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้ทางกู้ภัยได้นำร่างของนายคณิต ส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานคราะห์ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายที่ชักเจนอีกครั้ง

โดยทางพ.ต.ท.นเรศ ระบุว่าเบื้องต้นสันนิษฐานว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะถูกไฟคลอกเสียชีวิตเพราะไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือร่องรอยการเสียชีวิตอื่นๆ  เนื่องญาติผู้ตายได้จุดเผาก่อไฟเพื่ออบยาสมุนไพร ซึ่งอาจมีสะเก็ดไฟไปถูกใส่ผ้าที่คลุมนอนหรือผ้าห่ม จนเกิดการลุกไหม้ แต่เนื่องด้วยผู้ตายเป็นอัมพาตทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว โดยญาติก็ไม่ติดใจสงสัยการเสียชีวิต หากชันสูตรไม่พบสาเหตุการเสียชีวตอย่างอื่นก็จะมอบศพให้กับทางญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.