เมืองเชียงแสนโดนพายุถล่ม บูรณะใหญ่เสาไฟล้ม 100 ต้นไม้ใหญ่ล้มระนาว

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่เมืองประวัติศาสตร์เชียงแสน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ต้องทำการบูรณะฟื้นฟูครั้งใหญ่หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักและพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำอย่างหนักในพื้นที่บางส่วนของ อ.แม่สาย อ.แม่จัน และ อ.เชียงแสน โดยเฉพาะภายในเขตเมืองประวัติศาสตร์เชียงแสนในเขตเทศบาล ต.เวียงเชียงแสน ที่มีต้นไม้สักจำนวน บริเวณโบราณสถานที่เป็นวัดเก่าแก่ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ได้หักโค่นลงหลายต้น ล้มทับอาคารบ้านเรือน และโบราณสถานไปทั่วตัวเมืองเชียงแสน ส่งผลทำให้มีอาคารบ้านเรือน สถานที่ทางราชการ ศาลเจ้าพ่อประตูป่าสักที่เป็นทางเข้าเมืองเชียงแสน รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อเสาไฟฟ้าและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่อยู่นอกเมืองและอยู่ในเขตเทศบาล ต.เวียง อ.เชียงแสน อีกด้วย

จากผลกระทบดังกล่าวทำให้ นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน นายชยกฤษณ์ นิส สัยสุข นายกเทศมนตรี ต.เวียงเชียงแสน นายธวิท ติยะกว้าง ปลัดเทศบาล ต.เวียง ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรี ต.เวียง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงแสน นายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการปิดถนนทางเข้าออกตัวเมืองชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์เข้าไปตัดต้นไม้กิ่งไม้รวมทั้งชักลากให้พ้นออกจากผิวจราจร โดยเฉพาะตั้งแต่ประตูศาลเจ้าพ่อป่าสักไปจนถึงหน้าวัดพระธาตุเจดีย์หลวง ที่เต็มไปด้วยกิ่งไม้กิ่งไม้ รวมทั้งตัดแต่งกิ่งไม่ให้หักโค่นลงมาเพิ่มเติม โดยเฉพาะตรงกำแพงเมืองเก่าเชียงแสนและคูเมือง

ทางด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ทำการปิดกระแสไฟฟ้าในเขตที่ประสบภัยดังกล่าวชั่วคราว เนื่องจากพบว่าได้มีเสาไฟฟ้าแรงสูง ระบบ 115 กิโลโวลต์ และระบบ 22 กิโลโวลต์ ตั้งอยู่บริเวณทางหลวงหมายเลข 1016 สาย อ.เชียงแสน-แม่จัน เขตหมู่บ้านบ้านกู่เต้า หมู่ 3 ต.โยนก อ.เชียงแสน จนล้มลงกลางถนนจำนวน 59 ต้น และในเขตตัวเมืองเชียงแสนตั้งแต่บริเวณศาลเจ้าไปจนถึงบริเวณตลาดเชียงแสน จำนวนกว่า 10 ต้น และยังมีเสาไฟฟ้าที่หักไม่ถึงกับโค่นลงมาทั้งต้นเสียหายรวมกันกว่า 100 ต้น ล่าสุดทาง กฟภ.ได้จัดชุดเฉพาะกิจเข้าไปแก้ไขปัญหาด้วยการซ่อมแซมตามจุดต่างๆ ตลอดทั้งวัน ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องวปิดเส้นทางจราจรให้รถเดินวิ่วได้เพียง 1 ช่องทางจราจรเท่านั้น

ขณะที่มีบ้านเรือนในเขตเทศบาล ต.เวียง อ.เชียงแสน ต.โยนก และ ต.บ้านแซว ได้รับความเสียหายเป็นหย่อมโดยอยู่ระหว่างการสำรวจ ส่วนทรัพย์สินของทางราชการส่วนใหญ่เป็นเสาไฟฟ้าและอาคารบางส่วน นอกจากนี้ยังพบว่าโรงรถของสำนักงานเกษตร อ.เชียงแสน ถูกต้นไม้หักโค่นลงมาทับและพายุเข้าพัดซ้ำจนทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ภายในถูกโครงหลังคาทับได้รับความเสียหายไปหลายคัน ส่วนที่ อ.แม่ฟ้าหลวง พบว่าที่หมู่ 2 และหมู่ 16 ต.แม่สลองใน มีต้นไม้ล้มขวางถนนจำนวน 3 จุด และที่หมู่ 14 ต.เทอดไทย ซึ่งทางผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้ให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยได้บูรณาการกันเข้าไปช่วยเหลือจุดที่ได้รับความเสียหายทุกจุด แต่คาดว่าบางจุดโดยเฉพาะในเขต อ.เชียงแสน จะใช้ระยะเวลาในการทำให้ระบบกระแสไฟฟ้าและประปากลับมาใช้ได้เหมือนเดิมภายใน 1 วันและการฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพเดิมคาดว่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2-3 วัน

ทางด้าน นางสุพรรณ ศรีวิจารย์ อายุ 58 ปี  ชาวบ้านสันต้นเปา ม.6 ตำบลโยนก อำเภอเชียงแสน เล่าว่าในพื้นที่ไม่เคยเกิดพายุลูกเห็บที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะช่วงสิ้นอย่างนี้ แต่เนื่องจากภาวะภัยแล้งทำใอากาศแปรปรวนจึงเกิดพายุเป็นครั้งแรก ซึ่งเกิดขึ้นนานถึง 20 นาทีและมีความรุนแรงมาก ทำให้ตกใจอย่างมากเพราะไม่เคยเจอมาก่อน นอกจากจะมีฝนตกหนักลมแรงแล้วยังมีบลูกเห็บตกจำนวนมาก ชาวบ้านต่างพากันหลบเอาตัวรอด ซึ่งถึงตอนนี้ยังตกใจไม่หายและมีบ้านเรือนเสียหายและไฟฟ้าดับตลอดทั้งวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้รับรายงานจากทางกองอำนวยการ ปภ.จ.เชียงราย ว่าจากเหตุอุทกภัยคืนที่ผ่านมาได้มีพื้นที่ที่เสียหายรวมจำนวน 4 อำเภอคือ อ.แม่จัน อ.เชียงแสน อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.พาน จำนวน 11 ตำบล 17 หมู่บ้าน โดยอยู่ในเขต อ.แม่จัน ประกอบด้วยหมู่ 8 หมู่ 9 ต.แม่ไร่ หมู่ 4 หมู่ 7 หมู่ 8 หมู่ 9 และหมู่ 12 ต.จันจว้าใต้ หมู่ 8 ต.จันจว้า หมู่ 8 ต.ศรีค้ำ และหมู่ 4 หมู่ 7 หมู่ 8 หมู่ 9 และหมู่ 12 ต.แม่คำ และ อ.เชียงแสน ประกอบด้วยเขตเทศบาล ต.เวียงเชียงแสน พบว่ามีความเสียหายด้านเสาไฟฟ้า เสาส่งสัญญานต่างๆ และสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน.