ระดมรถน้ำสร้างความชื้นในอากาศผู้ว่าฯขอทำฝนหลวงช่วย-ทีบีซี ไทย-เมียนมา หารือหมอกควัน

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2563 นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายวันชัย จงสุทธนามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ระดมรถน้ำของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงราย จากทหารมณฑบลทหารบกที่ 37 และรถของเทศบาลนครเชียงราย ออกทำการฉีดพ่นสร้างละอองน้ำตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วเขตเทศบาลนครเชียงราย โดยเฉพาะที่บริเวณอนุสาวรีย์ห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราชและบริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ซึ่งย่านชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดปริมาณฝุ่นละออง ที่ปกคลุมจากหมอกควันไฟอย่างหนัก โดยกรมควบคุมมลพิษตรวจวัดคุณภาพวันนี้พบว่าค่าฝุ่นละองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมคอน ที่ตัวเมืองเชียงรายวัดได้ 239 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่อำเภอแม่สายวัดได้สูงถึง 334 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นค่าที่เกินมาตรฐานและมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนติดต่อกันเป็นวันที่ 8 แล้ว นอกจากนี้การพ่นละอองน้ำยังเป็นการสร้างความชื้นในอากาศ เพื่อให้เกิดพายุฝนในพื้นที่ได้อีกด้วย

ขณะที่วันเดียวกันมีรายงานว่า พลตรีถนัดพล โกศัยเสวี ผบ.กองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา หรือทีบีซี ได้เดินทางไปพบปะอย่างไม่เป็นทางการกับส่วนราชการประเทศเมียนมา ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ตรงข้ามอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย เพื่อขอความร่วมมือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ เนื่องจากในประเทศเมียนมามีการตรวจพบจุดความร้อนหรือฮอทสปอตตามแนวชายแดนเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการที่ทำให้เกิดหมอกควันปกคลุมพื้นที่ จ.เชียงรายและอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือ

ทั้งนี้ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ก็ได้มีการประสานไปยังสำนักฝนหลวง เพื่อบินทำฝนในพื้นที่ จ.เชียงรายแล้ว ซึ่งหากพื้นที่มีความชื้นเพียงพอก็จะมีการดำเนินการทำฝนหลวงในทันที ซึ่งหากฝนตกก็จะสามารถช่วยทำให้ลดปริมาณฝุ่นละอองให้เบาบางลงได้

นายประจญ กล่าวว่า ในรอบ7วันที่ผ่านมา จ.เชียงราย ประสบปัญหาฝุ่นละอองจากหมอกควันอย่างสาหัส ค่าฝุ่นละอองพุ่งสูงมีผลกระทบต่อประชาชน โดยทางจังหวัดได้ประกาศแจ้งเตือนภัยครั้งที่ 1 ไปแล้วเพื่อให้ประชาชนรู้จักป้องกันตัวเอง โดยหาหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ ซึ่งกรณีหน้ากากที่หายากได้ให้ชุมชนและหมู่บ้านมีการฝึกทำหน้ากากอนามัยแบบผ้ามาใช้ป้องกันได้ในระดับหนึ่ง ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เนื่องด้วยฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั้งภูมิภาค ในประเทศเพื่อนบ้านมีการเผาไหม้กันมากซึ่งก็ได้ทำหนังสือถือผู้ว่าและเจ้าแขวงในประเทศเมียนมาและสปป.ลาว เพื่อขอความร่วมมืองดเผาแล้ว

นายประจญ กล่าวด้วยว่า พี่น้องชาว จ.เชียงรายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในเรื่องของการงดเผา ทำให้จุดฮอตสปอทเกิดขึ้นน้อยมาก มีการจัดชุดปฎิบัติการ 36 ชุดกระจายไปอยู่ตามหมู่บ้าน ตำบลเสี่ยง 16 ตำบล ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 43 ชุดปฎิบัติการไปฝังตัวอยู่กับพี่น้องประชาชน ขณะการแก้ปัญหาเฉพาะมีการระดมรถน้ำฉีดน้ำทั้งของจังหวัด ทหาร และท้องถิ่นทุกแห่งระดมฉีดน้ำทุกวัน รวมถึงพี่น้องประชาชนทุกหลังคาเรือนช่วยกันล้างหลัง ฉีดน้ำรดน้ำต้นไม้และพ่นน้ำบริเวณบ้านเรือนของตนเองเพื่อให้สถานการณ์เบาบางลง

“กรณีการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัตินั้นจะต้องมีการหารือในคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในระดับจังหวัดเสียก่อน ซึ่งการประกาศจะต้องมีขั้นตอนและหลักเกณฑ์หลายด้าน ซึ่งต้องพิจรณาเป็นขั้นตอนทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจให้ประชาชนล้มตายก่อนถึงจะประกาศ แต่ถึงแม้จะไม่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยฉุกเฉินในการนำงบประมานสำรองมาใช้ แต่ก็มีการประกาศภัยเพื่อนำงบประมาณของทางจังหวัดและท้องถิ่น ซึ่งเป็นงบประมาณปกติมาใช้เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องปัญหาภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ต้องตระหนักและเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ” นายประจญ กล่าว.