เชียงรายพบผู้ป่วย’โควิด’รายแรก พบเดินทางไปปอยเปต-สถานบันเทิงย่านทองหล่อ

ชร.พบผู้ป่วยโควิด-19 ไม่มีอาการป่วยไข้–ผู้ป่วยอายุ 70 ปีขึ้นไปที่มีนัดกับแพทย์ได้ใช้การถามอาการทางโทรศัพท์และจัดส่งยาไปส่งให้ที่บ้านแทน

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมกาสะลองคำ สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 จ.เชียงราย นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงราย และนายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมกันแถลงการพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรกของ จ.เชียงราย ซึ่งผลตรวจจากห้องแล็บระบุเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 23.00 น.และยืนยันผลวันที่ 20 มี.ค.2563 โดยผู้ป่วยเป็นชายอายุ 35 ปี

โดยนายประจญ กล่าวว่า ที่ผ่านมา จ.เชียงราย ได้ออกมาตรการต่างๆ มากมาย ซึ่งก็พบว่าในรายกลุ่มผู้เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศแล้ว เดินทางกลับภูมิลำเนาใช้การกักตัวเวลา 14 วัน ซึ่งหลายคนก็พ้นระยะเวลาดังกล่าวไปแล้วและยังไม่พบผู้ป่วย สำหรับรายล่าสุดนี้อยู่นอกเกณฑ์เพราะไม่ได้ไปทำงานที่ต่างประเทศแต่กลับจากกรุงเทพฯ แต่เมื่อกลับมาแล้วกลับไปตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองแล้วพบการติดเชื้อ ปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามมาตรฐานโดยขยายผลเพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของโรคออกไปแล้ว ขณะเดียวกันมาตรการอื่นๆ ก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้นโดยมีการปิดจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนและช่องทางธรรมชาติที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านคือเมียนมาและ สปป.ลาว จนเหลือเพียง 2 จุดที่ อ.แม่สาย และ อ.เชียงของ เท่านั้น

ด้านนายภาสกร กล่าวว่า ที่ผ่านมา จ.เชียงราย ได้ประกาศมาตรการไปแล้ว 3 ฉบับและ 1 คำสั่ง โดยมีการปิดจุดผ่านแดนถาวรที่มีจำนวน 6 จุดให้เหลือเพียง 2 จุดดังกล่าว ปิดสถานบันเทิง สถานที่ที่สุ่มเสี่ยงต่างๆ ยกเลิกกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เช่น ถนนคนเดิน ถนนคนม่วน ฯลฯ แต่ยังคงให้เปิดตลาดสดทั่วไปได้ซึ่งมาตรการปิดจะใช้ระยะเวลา 14 วันแล้วค่อยมาประเมินสถานการณ์ และหลังจากพบผู้ป่วยรายแรกก็ได้ให้ทุกอำเภอ ตำบลและหมู่บ้านให้เอ๊กซเรย์พื้นที่ของตัวเองซ้ำอีกรอบอย่างเข้มงวดด้วยแล้ว

ทางด้านนายแพทย์ทศเทพ กล่าวว่า ผู้ป่วย โควิด-19 รายแรกนี้ มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เทิง เมื่อพบเชื้อแล้วจึงซักประวัติทราบว่าได้เดินทางไปยังบ่อนคาสิโนที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จากนั้นไปยังสถานบันเทิงย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ ก่อนจะเดินทางกลับ จ.เชียงราย โดยทางเครื่องบินถึง และเมื่อวันที่ 7 มี.ค.2563 ก็ไปร่วมงานบวชในพื้นที่ด้วยแต่อาจไม่เข้านิยายการสัมผัสหากไม่อยู่ในระยะ 1 เมตรและคุยกันนานนับชั่วโมง จากนั้นผู้ป่วยก็ไม่ได้มีอาการใดๆ แต่ได้ไปตรวจร่างกายเองเมื่อวันที่ 16 มี.ค.2563 จนพบว่าติดเชื้อดังกล่าวและกระทั่งจนถึงปัจจุบันก็ไม่มีไข้และไม่มีอาการไอใดๆ

ดังนั้นแหล่งที่มาของเชื้อจึงไม่ทราบว่ามาจากแหล่งใดชัดเจนกระนั้นเป็นที่น่าสังเกตุว่าแหล่งโรคที่ย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ นั้นจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการน้อยมากจึงแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับย่านดังกล่าวได้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธาารณสุขเพื่อตรวจดูเชื้อเหมือนรายนี้ด้วย

“สำหรับผู้ป่วยรายแรกนี้ ได้ทำการตรวจสอบพบว่ากิจกรรมของเขาตั้งแต่วันที่เข้ามาถึง จ.เชียงราย วันที่ 7-20 มี.ค.2563 พบมีผู้ใกล้ชิดที่เป็นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 10 รายซึ่งได้เก็บตัวอย่างไปตรวจได้ผลเป็นลบจำนวน 9 ราย และรอผลยืนยันอีก 1 ราย โดยผลจะออกมามาในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อยจากการสืบสวนตลอดระยะเวลาดังกล่าวรวมไปถึงช่วงไปร่วมงานบวชก็พบมีจำนวน 20 ราย ซึ่งได้ใช้วิธีการกักตัวดูอาการเป็นเวลา 14 วันเช่นเดียวกับกลุ่มผู้ที่มีความเสียงสัมผัสสูงที่ผ่านการตรวจก็ให้มีการกักตัวเป็นเวลา 14 วันเพื่อความแน่นอนแล้วเช่นกัน” นายแพทย์ทศเทพ กล่าว

ทั้งนี้ นายแพทย์ไชยเวช กล่าวว่า ในปัจจุบันโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มีผู้ป่วยวันละประมาณ 800 คน ดังนั้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ 23 มี.ค.นี้จะให้ผู้ป่วยอายุ 70 ปีขึ้นไปที่มีนัดกับแพทย์ได้ใช้การถามอาการทางโทรศัพท์และจัดส่งยาไปส่งให้ที่บ้านแทน รวมทั้งระวังการรักษาเกี่ยวกับฟันที่เกิดการฟุ้งกระจายของโรคได้ง่ายด้วย ส่วนการรักษาผู้ป่วยรายแรกนั้นเป็นไปตามมาตรฐานโดยพบว่าผู้ป่วยโรคไวรัสโควิด-19 ทั่วไปจะใช้การรักษาตามอาการและหายเอง 80% และจะมีไม่เกิน 5% ที่อาการรุนแรงและต้องใช้ยาที่ผลิตจากประเทศจีนและญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีรองรับไว้อยู่แล้วต่อไป.