สบมท.ประชุมใหญ่ ม.ราชภัฎเชียงราย ขับเคลื่อนพรบ.มัธยมศึกษา

ด้านนายก สบมท.ยืนยันอนาคตการสอนออนไลน์สำคัญเร่งส่งเสริม

ส.อนุรักษ์วัฒนธรรมฯ มอบทุนเรียน AI เบญจมราชานุสรณ์นำร่อง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ธ.ค.2564 ที่หอประชุมนานาชาติ 40 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ว่าที่ร.ต.ดร.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการ เรื่องพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ : อนาคตการจัดการการมัธยมศึกษาในศตวรรษที่ 21 และการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ครั้งที่ 50 โดยสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (สบมท.) ระหว่างวันที่ 13-17 ธ.ค.2564 พร้อมพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณผู้บริหารโรงเรียนมัธยมดีเด่น ประจำปี 2563 จำนวน 649 คน โดยมี ดร.สมพร สุขอร่าม ผอ.สำนักงานพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย กล่าวต้อนรับ ดร.วิสิทธิ์ ใจเถิง ผอ.โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นายกสมาคม สบมท. กล่าวรายงานและแนะนำกรรมการบริหารชุดใหม่ มีผู้บริหารและคณะครูอาจารย์จากโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมจำนวนกว่า 1,500 คน นายกสมาคม สบมท.ให้ภาคส่วนการศึกษาเตรียมรับปรากฏการณ์ New Normal ระบบออนไลน์จะเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต ด้านสมาคมส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย-นานาชาติ ให้ทุนเรียนภาษาอังกฤษด้วยการสอนแบบ AI โดยมี ร.ร.เบญจมราชานุสรณ์ นนทบุรี นำร่อง

ดร.วิสิทธิ์ ใจเถิง นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (สบมท.) กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เน้นในเรื่องวิชาการ เพราะมีการผ่านกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ พรบ.บริหารการศึกษา พรบ.บริหารระเบียบราชการครู พรบ.สภาครู เป็นต้น จึงเป็นการศึกษาเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนการบริหารครูเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในอนาคต ประเด็นที่ 2 เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด 19 ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ New Normal จะบริหารจัดการอย่างไรให้ตอบโจทย์ต่อการเปลี่ยนแปลงได้ต่อไปอย่างดีที่สุดต่อเยาวชนของประเทศ อีกประเด็นเป็นเรื่องของขวัญกำลังใจจึงมีการจัดประกาศเชิดชูเกียรติผู้บริหารโรงเรียนดีเด่นขึ้น เพื่อให้เป็นแบบอย่างและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 มีความจำเป็นที่ต้องใช้การสอนแบบออนไลน์และใช้อุปกรณ์สื่อออนไลน์มากขึ้น ในทางปฏิบัติภาครัฐยังไม่สามารถสนับสนุนงบประมาณได้ทั้งหมด ทางคณะกรรมการศึกษาจึงอยากให้ผู้ปกครอง ชุมชน หรือภาคส่วนที่มีกำลังเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้เด็กนักเรียนของไทยได้มีโอกาสเรียนรู้เท่าทันต่างชาติ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ในส่วนของสมาคมฯจะเน้นด้านวิชาการให้กับสมาชิก ซึ่งได้ใช้ระบบออนไลน์ในการประชุมบ่อยครั้ง ทางสมาคมฯยังได้ทำเครือข่ายโรงเรียนมัธยมที่มีความพร้อมในด้านวิชาการต่างๆ สามารถแบ่งปันความรู้เหล่านั้นให้กับโรงเรียนอื่นๆได้โดยแชร์ผ่านระบบออนไลน์ ดร.วิสิทธิ์ กล่าว

น.ส.อาภากร วิภารุ่งโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย-นานาชาติ กล่าวว่า การสอนภาษาอังกฤษในระบบ AI นี้ เรียกว่า MagniLearn นวัตกรรมการสอนภาษาจากประเทศอิสราเอล ที่ควบคุมการสอนที่สามารถตอบโต้กับผู้เรียนได้ เป็นระบบการเรียนเฉพาะตัว ระบบจะปรับการสอนให้ตรงกับทักษะของนักเรียนแต่ละคนได้ เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดได้ ซึ่งระบบสามารถวิเคราะห์และให้คำแนะนำระหว่างการเรียนเป็นภาษาไทยด้วย ระบบการเรียนนี้เรียกว่าเป็นการเรียนแบบ Active Learning ในขณะนี้ทางสมาคมฯได้ให้ทุนสำหรับนักเรียนเพื่อเรียนภาษาอังกฤษกับระบบ AI ของโปรแกรม MagniLearn และนักเรียนที่ทำคะแนนเรียนได้สูงสุด ทางสมาคมฯจะมีรางวัลมอบให้ด้วย นำร่องโรงเรียนแรกที่โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ นนทบุรี จำนวน 50 คน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเรียน โรงเรียนที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่สมาคมฯ โทร. 093-324-1951

ด้านนางนันทนา ชื่นชม ผอ.ร.ร. เบญจมราชานุสรณ์ นนทบุรี กล่าวว่า ในการเรียนภาษาด้วยโปรแกรม AI ของ Magmilearn อยู่ในช่วงทดลองเรียน ซึ่งยังไม่ปรากฏผลออกมาชัดเจนในเวลานี้ คงต้องให้เวลากับนักเรียนพอสมควร กลุ่มทดลองมีนักเรียน 40 คน และครูผู้สอน 10 คน สำหรับนักเรียนที่เข้าเรียนกับระบบ AI จะมีพัฒนาการไปในทางที่ดี เนื่องจาก AI จะปรับระบบการสอนตามระดับความรู้ของนักเรียนได้