แนะมีอีก 80 ไร่ เหมาะสร้างศาลอุทธรณ์ภาค 5

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2561 มีรายงานข่าวแจ้งว่าจากกรณีสำนักงานศาลยุติธรรมได้ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และอธิบดีกรมวิชาการเกษตรขอใช้ที่ดินราชพัสดุเพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 แห่งใหม่ตรงที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชร.225 และที่ ชร.1238 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เนื้อที่ประมาณ 42-3-00 ไร่ ของศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย กรมวิชาการเกษตร นั้น

ล่าสุดพบว่า ทางคณะจากศาล ได้เข้าไปศึกษาดูงานพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้วขณะที่ในพื้นที่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ โดยหากมองจากถนนสายเด่นห้า-ดงมะดะ ซึ่งผ่านหน้าศูนย์ดังกล่าวก็จะเห็นแปลงสาธิตเป็นนาข้าวและไม้ผลอื่นๆ รวมถึงบ่อปลา เป็นบริเวณกว้างเช่นเดิม

โดยนายสนอง จรินทร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางศูนย์ยังไม่ได้รับหนังสือขอใช้พื้นที่อย่างเป็นทางการ เพียงแต่มีหนังสือจากศาล จ.เชียงราย ลงวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ขอนำคณะไปดูพื้นที่เพื่อสร้างสำนักงานและบ้านพัก ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา เลขาธิการสำนักงานศลุยติธรรม ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 อธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค 5 นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ธนารักษ์พื้นที่ จ.เชียงราย และคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม โดยได้เข้าไปดูพื้นที่ในส่วนของศูนย์เพื่อสอบถามการใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน จากนั้นก็ปรากฎข่าวว่าจะมีการใช้พื้นที่ดังกล่าวทำให้เป็นที่ตกใจเป็นอย่างยิ่งเพราะยังไม่มีหนังสือสั่งการใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

นายสนอง กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ของศูนย์ที่ทางคณะไปดูนั้นมีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ติดถนนเชียงราย-ดงมะดะ แต่พื้นที่ ที่ทางศาลจะใช้จริงๆ มีจำนวน 40 ไร่กว่า ทำให้ยังมีเนื้อที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรที่อยู่ติดอีก 20 กว่าไร่รวมอยู่ด้วยจึงทำให้พื้นที่คาบเกี่ยวกันระหว่างกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรฝ่ายละครึ่ง ทำให้ทางศูนย์เองก็กำลังรอคำสั่งอย่างเป็นทางการจากกรมวิชาการเกษตรว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป

ซึ่งหากว่าทางหน่วยเหนืออนุญาตให้ศาลเข้าใช้พื้นที่ทางศูนย์ก็ต้องย้ายออกไปจากพื้นที่ส่วน 20 ไร่ดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันพัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่มานานกว่า 7 ปีแล้ว โดยทั่วประเทศมีเพียง 7 แห่ง ตั้งด้วยงบประมาณการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อการศึกษาดูงาน ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ไปศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะนักศึกษาจากสถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัดภาคเหนือ เพราะหน่วยงานในพื้นที่ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจว่าจะอนุญาตหรือไม่อย่างไร ส่วนอีก 20 ไร่ของกรมส่งเสริมการเกษตรก็ขึ้นอยู่กับกรม นั้นๆ ต่อไป

นายสนอง กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันศูนย์มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1,900 ไร่ โดยพื้นที่ที่ใช้เพื่อการวิจัยอยู่ทางด้านหลังศูนย์เรียนรู้ดังกล่าวเข้าไป สำหรับศูนย์เรียนรู้ที่มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ดังกล่าวนั้นเป็นที่ราชพัสดุและอยู่ติดกับถนนซึ่งปัจจุบันมีการทำเป็นนาข้าว ปลูกไม้ผล พืชผัก บ้านเกษตรกร สระน้ำ ฯลฯ อย่างครบถ้วน แต่ด้านข้างมีถนนเข้าไปได้อยู่ซึ่งตนได้ให้ชาวบ้านปลูกเป็นป่าไผ่เนื้อที่รวมกันประมาณ 80 ไร่ซึ่งอาจจะเหมาะสมมากกว่าหรือไม่ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาต่อไป.