จัดแข่งอาหารเหนือปลอดภัย รับนักท่องเที่ยวไฮท์ซีซั่น

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านอาหารสบันงาขันโตก ถนนสันโค้งน้อย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย นายกิตติ ทิศสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.เชียงราย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ประกวดอาหารถิ่น อาหารไทย ปลอดภัย ถูกใจนักท่องเที่ยว” โดยมีกำหนดจัดขึ้น‪ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ย.นี้‬ ณ ลานโอเพ่นเล้าท์ โรงแรมเวียงอินทร์ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท เชียงราย อ.เมืองเชียงราย

สำหรับการแข่งขันจะเปิดรับสมัครคนปรุงอาหารหรือเชฟฝีมือดีจากห้างร้านและโรงแรมต่างๆ เข้าร่วมทีมละไม่เกิน 3 คน โดยเป็นทีมที่มาจากผู้ประกอบการและโรงแรม 200 ร้านที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการโครงการกรีน ล้านนา เน็ตเวิร์ค ว่ามีการบริการอาหารที่ปลอดภัยแล้วเท่านั้น การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือประเภทอาหารถิ่นแบบฟรีสไตล์ชื่อว่า “ถิ่นลานนา” ประเภทที่ 2 คุณสมบัติเดียวกันแต่เป็นการแข่งขันปรุงอาหารแบบไทยฟรีสไตล์ชื่อว่า “ไทยสไตล์” ซึ่งทีมที่ชนะเลิศแต่ละประเภทจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 8,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล และรางวัลชมเชยได้รับ 3,000 บาทพร้อมประกาศนียบัตร

โดยนายเสริฐ กล่าวว่า ในปัจจุบัน จ.เชียงราย มีความจำเป็นต้องพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวและการให้บริการเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพราะในปีที่ผ่านมาพบว่ามีนักท่องเที่ยวไปเยือนเชียงรายกว่า 3 ล้านคน สร้างรายได้เข้าจังหวัดประมาณ 26,000 ล้านบาท เราจึงต้องมีสิ่งรองรับผู้ไปเยือนจำนวนมากดังกล่าวเพื่อสร้างความประทับใจและดึงดูดให้ไปเยือนอีกนอกเหนือไปจากสถานที่สำคัญที่เรามีอยู่แล้ว เช่น ดอยตุง ภูชี้ฟ้า ชายแดน วัดร่องขุ่น ไร่เชิญตะวัน บ้านดำ ฯลฯ ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้สิ่งที่มุ่งหวังคือการได้แหล่งเรียนรู้สถานบริการที่มีอาหารปลอดภัยเพื่อเป็นต้นแบบ และเข้าการท่องเที่ยวของเชียงรายเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้มาตรฐานและนำไปสู่เศรษฐกิจชุมชน รวมทั้งสิ่งสำคัญคือรองรับฤดูการท่องเที่ยวหรือฤดูหนาวที่จะมาถึงช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไปอีกด้วย

ทางด้านนายกิตติ กล่าวว่า จ.เชียงราย มีภาคการเกษตรกว่า 60-70% ของเศรษฐกิจทั้งจังหวัดซึ่งการจะหวังให้ได้ราคาผลผลิตนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่หากมีการทำการเกษตรปลอดภัยหรือเกษตรอินทรีย์ก็จะเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตได้ ซึ่งในฐานะภาคเอกชนก็ผลักดันและสนับสนุนเรื่องนี้มาโดยตลอดเพื่อนำผลผลิตของเกษตรกรไปสู่ธุรกิจบริการร้านอาหาร โรงแรม สปา สมุนไพร ฯลฯ สำหรับโครงการแข่งขันการประกวดครั้งนี้ก็จะนำผลผลิตไปสู่ร้านอาหารและโรงแรมที่จะเข้าประกวดดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ในปัจจุบันธุรกิจต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ต่างเกรงกลัวเมนูอาหารไทยในการเป็นคู่แข่งด้านนี้อย่างมาก เพราะอาหารไทยมีการนำเสนอหลากหลาย เทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มากด้วยสมุนไพร ฯลฯ

“หากนำอาหารไทยมาประดับตกแต่งให้น่าสนใจก็จะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในปัจจุบันผลการศึกษาของสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาพบว่ากรณีการท่องเที่ยวในเมืองรอง จ.เชียงราย ถือว่ามีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศแต่สร้างรายได้ๆ มากที่สุดเป็นอันดับ 1 แต่เราไม่อาจจะขยายไปได้มากกว่านี้จึงต้องหาวิธีการให้บริการเพื่อสร้างความประทับใจภายใต้การบริโภคที่ปลอดภัยและพร้อมให้ก้าวไปสู่การเป็นครัวโลกได้ต่อไป” นายกิตติ กล่าว.