กรมอุทยานฯ นำร่องจ้าง พ่อแม่หมูป่า ทำงานแล้ว 2 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นจำนวนมาก เพื่อไปชมสถานที่และบรรยากาศหลังเหตุการณ์ 13 นักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ติดอยู่ในถ้ำ โดยสถิติพบว่ามีคนไปเที่ยวถ้ำหลวงวันละกว่า 2,000 คน และในช่วงวันหยุดยาวหลายวันอาจทะลุสูงถึง 5,000 คนนั้น

ล่าสุดทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ว่าจ้างลูกจ้างเพื่อให้ทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่บริเวณถ้ำหลวงอีกจำนวน 2 คน คือนางหอม บุญเปี่ยม มารดา ของ ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี หรือน้องมาร์ค และนายศักดิ์ วงค์สุขจันทร์ ซึ่งเป็นบิดาของ ด.ช.เอกรัตน์ วงค์สุขจันทร์ อายุ 14 ปีหรือน้องบิว ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก 13 หมูป่าที่ติดถ้ำหลวง

โดยทั้ง 2 คนมีหน้าที่คอยต้อนรับคาราวานนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนถ้ำหลวง รวมทั้งทำงานด้านเอกสารที่เจ้าหน้าที่มอบหมาย แนะนำสถานที่สำคัญๆ บริเวณหน้าถ้ำที่บุตรชายของพวกตนเคยประสบเหตุ โดยจะได้รับเงินค่าจ้างเดือนละ 7,500 บาทโดยได้รับการว่าจ้างเมื่อ 5 วันก่อนแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าทำหน้าที่ได้ดี

โดยนางหอม กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนทำงานรับจ้างทั่วไปเพื่อหาเลี้ยงลูก  โดยเช่าห้องพักอยู่ที่ซอย 2 หมู่บ้านป่าเหมือด ต.โป่งผา เมื่อได้รับการว่าจ้างก็ดีใจเพราะจะได้เลี้ยงดูลูกได้มากขึ้นจึงได้เดินทางจากห้องพักไปยังถ้ำหลวงใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็ไปถึง หน้าที่คือทำงานด้านเอกสาร ต้อนรับและแนะนำสถานที่ให้นักท่องเที่ยว

ทางด้าน นายศักดิ์ กล่าวว่า ตนดีใจมากที่ได้ทำงานเพราะได้สัมผัสกับบรรยากาศของหน้าถ้ำที่บุตรชายเคยประสบเหตุ จึงสามารถเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ซึ่งตลอด 3-4 วันที่ผ่านมาตนจึงทุ่มเททำงานทั้งแนะนำนักท่องเที่ยวและหากมีการงานอื่นๆ ที่ให้ทำทั้งยกสิ่งของอุปกรณ์ช่วยเจ้าหน้าที่ตนก็พร้อมเข้าไปทำอย่างเต็มที่

ด้านนายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) กล่าวว่า การว่าจ้างดังกล่าวมีขึ้นถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนตามหลักมนุษยธรรมให้กับผู้ปกครองของน้องๆ ทีมหมูป่า หลังจากนายจงคล้าย วร พงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้เดินทางไปตรวจงานที่วนอุทยานฯ แล้วได้พบเจอผู้ปกครองของน้องๆ บางส่วนแล้วพบว่ามีผู้ที่ไม่มีงานทำอยู่ 4 คน จึงมอบหมายให้สำนักบริหารฯ และวนอุทยานฯ ให้การช่วยเหลือดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับวนอุทยาน ถ้ำหลวง คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบในหลักการเพื่อการพัฒนาในการประชุมนอกสถานที่หรือ ครม.สัญจร ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีวงเงินพัฒนาประมาณ 3,899.5 ล้านบาท โดยครอบคลุมการพัฒนาทั้งบริเวณถ้ำหลวงซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ และขุนน้ำนางนอนที่มีถ้ำทรายทองและแหล่งน้ำสีเขียวมรกต เนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ รวมทั้งมีการขอใช้พื้นที่ด้านนอกทั้งในด้านการศึกษาวิจัย สำรวจออกแบบ จัดวางผัง สร้างถนน สะพาน ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ปรับภูมิทัศน์ ห้องน้ำ ระบบส่องสว่าง ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสื่อสาร พิพิธภัณฑ์ สำนักงานและบ้านพักเจ้าหน้าที่ ศิลปะวัฒนธรรม ฯลฯ

ด้านอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ได้นำศิลปินสร้างอาคารไม้อนุสรณ์และหล่อรูปปั้นนาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซมผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าในถ้ำหลวงไว้บริเวณลานหน้าถ้ำทำให้คาดว่าในอนาคตจะมีผู้คนไปเยือนจำนวนมาก.