เฉลิมชัย “ยุบชมรมพุทธศิลป์” ขอวาดภาพจนตาย

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2561 มีรายงานว่า ลูกศิษย์ใกล้ชิดกับอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ได้นำบทความเขียนด้วยลายมือของอาจารย์เฉลิมชัย ลงในเฟสบุ๊คและแชร์ข้อมูลไปยังกลุ่มผู้ชื่นชมอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และของวัดร่องขุ่นด้วย

โดยเนื้อหาของบทความคืออาจารย์เฉลิมชัยประกาศยุบเลิก “ชมรมรักสะสมพุทธศิลป์” โดยอาจารย์เฉลิมชัยได้เขียนเนื้อหาลงในแผ่นกระดาษเป็นข้อๆ ยาวถึง 8 หน้า พร้อมระบุว่าได้เขียนขึ้นในเวลา ‪03.20 น.‬ของวันที่ 5 ธ.ค.นี้เพื่อส่งให้สมาชิกชมรมด้วย

สำหรับเนื้อหาของบทความคืออาจารย์เฉลิมชัยได้ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะยุบชมรมฯ ดังกล่าว หลังจากที่ผ่านมาได้สร้างประโยชน์ให้กับผู้ที่เข้ามาเป็นสมาชิกหรือเกี่ยวข้องกับชมรมฯ มานาน โดยมีการออกแบบและจัดสร้างผลงานพุทธศิลป์ต่างๆ มากมาย จนทำให้ผู้ที่ครอบครองผลงานเฉพาะเหรียญต่างๆ นำไปให้เช่าบูชาต่อในราคาที่สูงขึ้น หลายคนร่ำรวยขึ้น หลายคนทำไปเพราะไม่มีเงินยังชีพ หลายคนเข้ามาช่วยด้วยความจริงใจ หลายคนก็เข้ามาเมื่อจะได้ผลประโยชน์ บางคนไม่มีผลงานพุทธศิลป์อยู่กับตัวเลยเพราะขายไปหมดแล้ว ฯลฯ ซึ่งที่ผ่านมาอาจารย์เฉลิมชัยระบุว่าตนเข้าใจสถานการณ์ดีทุกอย่าง

กระนั้นอาจารย์เฉลิมชัยก็ประกาศจะจัดสร้างผลงานอีก 2 ครั้ง ก่อนจะยุติเลิกสร้างและยุ่งเกี่ยวกับการสร้างพระ รวมทั้งจะไม่ออกแบบดูแบบ แก้แบบ ให้ผู้ใดอีก โดยจะกลับไปนั่งวาดรูปตามที่ตั้งใจเอาไว้ว่าเมื่ออายุได้ 65 ปีจะหยุดทุกอย่างและรอคอยความตายอย่างเป็นสุขต่อไปขณะที่อาจารย์จะอายุครบ ในปี 2564 ดังนั้นจึงเป็นเวลาที่เหมาะสมพอดี สำหรับกิจกรรมของชมรมนั้นถือว่าการสนับสนุนการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ “เจียงฮายเกมส์” ซึ่ง จ.เชียงราย เป็นเจ้าภาพที่ผ่านมาถือเป็นการแจกพระครั้งให้กับสมาชิกชมรมฯ เป็นครั้งสุดท้ายโดยหลังจากนี้จะไม่มีอีก

สำหรับผลงานหนึ่งที่เหลืออยู่คือการสร้างพระเจียงฮายเกมส์ที่กำลังแก้ไขให้งดงามขึ้น เพื่อให้เป็นรางวัลแก่ผู้สะสมเหรียญเจียงฮายเกมส์ที่จะนำมาแลกในอนาคต ผลงานที่ 2 คือ “พระโมสกาโร” ที่เป็นทั้งเหรียญหล่อและเหรียญปั๊มในทุกเนื้อ ที่จะทำให้วงการพระเครื่องพระบูชาต้องสะเทือนโดยจะนำออกมาแจกในปีกลางปี 2563 หรือ 2564 ปัจจุบันแก้ไขมา 2 ปีแล้วเพื่อให้ดีที่สุดเพื่อจะนำมาทำบุญใหญ่ให้กับโรงพยาบาลใหญ่ๆ ทั่วประเทศ จากนั้นจะมีการประกาศอำลาวงการอย่างแท้จริงโดยสรุปผลงานด้านพุทธศิลป์ที่ผ่านมาทั้งหมดโดยจะจัดทำเป็นหนังสือรวบรวมผลงานด้วย

ในตอนท้ายอาจารย์เฉลิมชัย ระบุว่า ต่อไปก็ยังคงเหลือมิตรภาพแม้ว่าตนจะไม่มีประโยชน์ต่อผู้ที่เคยเป็นสมาชิกชมรมฯ อีกแล้ว และขอให้ทุกคนพอใจกับสิ่งที่เคยได้รับและปล่อยให้อาจารย์มีอิสระภาพไม่ต้องผูกพันเป็นห่วงอีก เพราะที่ผ่านมาถือว่าทำมามากพอสมควรแล้ว ทั้งนี้ระบุด้วยว่าก่อนการประกาศครั้งนี้ ทางประธานชมรมฯ และผู้บริหารคนอื่นๆ ในชมรมฯ ได้รับทราบกันโดยถ้วนหน้าแล้ว

กระนั้นก็แจ้งด้วยว่าจะมีการตั้งชมรมฯ ใหม่เพื่อรองรับการประโยชน์ต่อสังคมโดยจะไม่มีเรื่องผลประโยชน์ใดๆ แต่จะต้องเป็นจิตอาสาที่เสียสละแรงเงินแรงกายและแรงใจเพื่อสังคมชื่อว่า “ชมรมช่วยสังคมของอาจารย์เฉลิมชัย” โดยผู้บริหารชุดเดิมของชมรมรักสะสมพุทธศิลป์จะยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมแต่จะไม่เกี่ยวข้องกับการสะสมพุทธศิลป์หรือค้าขายใดๆ.

Cr.รูปจาก เฟสบุ๊ค นรินทร ทามาส