เทศบาลนครเชียงราย เปิด Clean Room ช่วยเหลือวิกฤตฝุ่นให้กับประชาชนที่ไม่มีเครื่องฟอกอากาศ พร้อมนำร่องโครงการวิจัย “สวนลดฝุ่น”
วันที่ 2 เมษายน 2569 ที่สวนตุงและโคมนครเชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เป็นประธานประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 หลังสถานการณ์ยังเกินค่ามาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเทศบาลนครเชียงรายเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ทั้งควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นและดูแลกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
นายวันชัย เปิดเผยว่า เทศบาลฯ ได้ดำเนินโครงการ “เคาะประตูบ้าน” โดยกองการแพทย์ร่วมกับ อสม. ลงพื้นที่ให้ความรู้และแจกหน้ากากอนามัยแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยใน 7 กลุ่มโรคสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากฝุ่นละออง
ขณะเดียวกัน ยังเร่งยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ด้วยการติดตั้งระบบฟอกอากาศใน “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ครบทั้ง 8 แห่ง พร้อมพัฒนาห้องสมุดปลอดฝุ่น “เสมสิกขาลัยเชียงราย” เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ
สำหรับสวนสาธารณะ เทศบาลฯ นำร่องโครงการวิจัยของกระทรวงอุดมศึกษา โดยได้ติดตั้งจุดพ่นละอองน้ำภายในสวนตุงและโคม ช่วยลดฝุ่นและเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ โดยเฉพาะช่วงค่าฝุ่นสูง พร้อมผลักดันให้เป็น “สวนสาธารณะลดฝุ่น”
นอกจากนี้ จังหวัดเชียงรายยังคงบังคับใช้มาตรการห้ามเผาในที่โล่งอย่างเข้มงวด ระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม 2569 โดยเทศบาลนครเชียงรายร่วมตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดแหล่งกำเนิดฝุ่นในระยะยาว
ทั้งนี้ เทศบาลนครเชียงราย มีแผนบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พัฒนาสวนตุงและโคมให้เป็นต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และธรรมชาติ พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว รองรับการพัฒนาเมืองสู่ “Sport City” และ “Garden City” อย่างยั่งยืน
จากการวิจัยจากทาง อว. พบว่า ต้นไม้ และละอองน้ำจะสามารถช่วยลดฝุ่นลงได้สวนหนึ่ง ซึ่งในสวนตุงและโคมเทศบาลนครเชียราย เมื่อทดลองเปิดละอองน้ำขนาดเล็ก และมีอยู่ในจุดที่มีต้นไม้มาก ก็สามารถทำให้อากาศดีขึ้นในระดับหนึ่งได้
ผลจากงานวิจัย ทำให้ทราบว่า “ต้นไม้” และ “ละอองน้ำ” มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ในเชิงวิทยาศาสตร์ ต้นไม้สามารถช่วยดักจับฝุ่นผ่านพื้นผิวของใบ กิ่ง และลำต้น ทำให้ฝุ่นบางส่วนถูกสะสมและลดการฟุ้งกระจายในอากาศ ขณะเดียวกัน กระบวนการคายน้ำของพืชยังช่วยเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ส่งผลให้ฝุ่นละอองจับตัวกันและตกลงสู่พื้นได้ง่ายขึ้น
ในส่วนของ “ละอองน้ำขนาดเล็ก” หรือระบบพ่นหมอก (mist) จะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้อนุภาคฝุ่นมีน้ำหนักมากขึ้น เกิดการรวมตัวกัน (agglomeration) และลดการแขวนลอยในชั้นบรรยากาศระดับต่ำ ส่งผลให้ค่าฝุ่นลดลงในบริเวณนั้นได้ในระยะสั้น
จากการทดลองในพื้นที่สวนตุงและโคม เทศบาลนครเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของต้นไม้ค่อนข้างมาก เมื่อนำระบบพ่นละอองน้ำขนาดเล็กมาใช้ร่วมกัน พบว่าสามารถช่วยปรับคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ค่าฝุ่นสะสมสูง ทั้งนี้ ประสิทธิภาพของวิธีดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม เช่น ความเร็วลม ความชื้นสัมพัทธ์ และความหนาแน่นของพืชพรรณในพื้นที่ด้วย.






